🎯สรุปสั้น
ลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผู้ขับขี่ทำอะไรได้บ้าง?
ผู้ขับขี่ลดความเสี่ยงด้วย 5 พฤติกรรม: (1) คาดเข็มขัด ลดเสียชีวิต 45-60% (NHTSA), (2) ไม่ใช้โทรศัพท์ เพิ่มความเสี่ยงชน 4 เท่า, (3) เว้นระยะ 3 วินาที 5 วินาทีตอนฝน (กฎ 3-second rule), (4) ไม่ดื่ม ระดับ 0.05% เพิ่มเสี่ยงชน 2 เท่า, (5) เช็ครถก่อนเดินทาง (ยาง เบรก ไฟ) — Defensive Driving Course ลดอุบัติเหตุ 15-25%

เราต้องยอมรับเลยว่า  ปัจจุบันอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในช่วงเทศกาลหรือในช่วงวันทั่วๆไป ด้วยหลายปัจจัยของผู้ขับขี่  ถือได้ว่ามีหลายอย่างที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยสามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมของผู้ใช้รุถ  อาทิเช่น  ขับรถโดยประมาท  ขับรถขณะมึนเมา  เสพสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท  เป็นต้น  หรือความเสี่ยงที่เกิดจากการฝ่าฝืนระเบียบวินัยจราจร  อย่างเช่นขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด  ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ  ข้ามหรือตัดหน้ารถระยะกระชั้นชิด    แซงรถอย่างผิดกฎหมาย  ขับรถไม่เปิดไฟ ฝ่าฝืนป้ายหยุดทาง  โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนมาจากผู้ขับขี่ที่จะส่งผลให้เกิดความอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ดังนั้นเพื่อไม่ให้อุบัติเหตุต่าง ๆ เกิดขึ้นอีกซ้ำ ๆ ผู้ขับขี่เองก็ควรระมัดระวัง เพื่อเป็น การลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วย

การลดอุบัติเหตุทางรถยนต์

หลักเบื้องต้นที่ควรคำนึงถึงของผู้ขับขี่รถยนต์

  • ก่อนสตาร์ทรถให้ตรวจเช็คลมยางก่อนทุกครั้ง หากพบว่าลมยางอ่อนเกินไป ควรแวะเข้าปั้ม หรืออู่ที่ใกล้เคียงเพื่อเติมลมยางให้พอดีไม่แข็งและไม่อ่อนจนเกินไป
  • คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง  เมื่อขึ้นรถสิ่งแรกที่ควรทำคือคาดเข็มขัดนิรภัย และควรกำชับให้ผู้ร่วมเดินทางในรถคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย  เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถและผู้ร่วมเดินทาง
  • ไม่ขับรถเร็วเกินไป เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝัน ดังนั้นไม่ควรประมาท และควรใช้ความเร็วมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
  • การให้สัญญาณไฟ หากต้องการจะเลี้ยวรถ   ควรชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร เพื่อส่งสัญญาณให้รถที่ขับตามหลังลดความเร็วได้ทัน
  • ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถทำให้ผู้ขับขี่ไม่มีสมาธิ อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ทางที่ดีเมื่อมีความจำเป็นต้องรับสาย หรือต้องการโทรออกอย่างเร่งด่วนควรใช้อุปกรณ์เสริมช่วย
  • เมาไม่ขับ จากสถิติสาเหตุที่เกิดอุบัติส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการเมาแล้วขับ หากรู้ตัวว่าเมา ทำให้ความสามารถในการขับรถลดน้อยลง ควรนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน หรือให้เพื่อนที่ไม่เมาขับรถไปส่ง วิธีนี้จะช่วยป้องกันและช่วยลดอุบัติเหตุได้
  • นำรถเข้าเช็คสภาพอยู่เสมอ  เมื่อถึงกำหนดเช็คระยะหรือใช้รถไปได้สักระยะหนึ่งแล้วควรเข้าศูนย์ หรืออู่ใกล้บ้านเพื่อตรวจสอบเช็คเครื่องยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนสายพาน สลับยาง การถ่วงล้อ เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้รถได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลและไม่เกิดปัญหาขณะขับรถ
  • ควรรักษากฎจราจรในการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนด้วย ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีสัญลักษณ์จราจรต่าง ๆ  ให้สังเกตกันอยู่แล้ว ผู้ขับขี่ก็ควรเคารพในกฎนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมี อุปกรณ์จราจร ต่าง ๆ ที่เป็นตัวช่วยในการใช้รถใช้ถนนด้วย ผู้ขับขี่ควรพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฏอุบัติเหตุต่าง ๆ ก็จะลดลงด้วย

การลดอุบัติเหตุทางรถยนต์

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพรถที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น ยางระเบิดหรือยางแตก เบรกแตก เบรคลื่น เพลาหลุดหรือเพลาขาด คันส่งหลุด อุปกรณ์ประจำรถชำรุดหรือขัดข้อง เช่น ไม่มีไฟหน้า-หลัง ไฟใหญ่มีข้างเดียว หรือไม่มีเลย ไฟเลี้ยวชำรุด ไม่ได้ซ่อมแซมหรือแก้ไข พวงมาลัยสั่นขณะขับ เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงสภาพรถ เช่น การเพิ่มแรงเครื่อง ทำให้ผู้ขับขี่เกิดความคะนองและขับรถเร็ว การแปลงสภาพรถตามความพอใจ โดยไม่คำนึงถึงสภาพรถที่ได้รับการออกแบบมา

การลดอุบัติเหตุทางรถยนต์

และสาเหตุจากดินฟ้าอากาศ ฝนตกหนัก น้ำท่วม ทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นหล่มโคลน เป็นหนึ่งปัจจัยที่เป็นสาเหตุ เพราะจะทำให้ถนนลื่น ทำให้รถตกถนน พลิกคว่ำ การเกิดพายุหรือหมอกลงจัด ทำให้มีควันปกคลุมมองไม่เห็นทาง เกิดอุบัติเหติได้ง่าย พายุหิมะ ในต่างประเทศอาจมีพายุหิมะ ทำให้ถนนลื่นมองไม่เห็นทาง สภาพดินฟ้าอากาศที่ดี อุบัติเหตุมักเกิดจากสภาพดินฟ้าอากาศที่ดีเสมอ ทั้งนี้เพราะผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูง และขาดความระมัดระวังอันตราย

 

 

📊 หลักการลดอุบัติเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

การลดอุบัติเหตุทางถนนไม่ได้อาศัยปัจจัยเดียว — องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ “Safe System Approach” 5 เสาหลักที่ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม:

  • ความเร็วที่ปลอดภัย: ลดความเร็วในเขตชุมชนเหลือ 30 km/h ลดความเสี่ยงเสียชีวิต 80% เมื่อเทียบกับ 50 km/h (อ้างอิง: WHO Speed Management Manual)
  • คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง: ลดความเสี่ยงเสียชีวิตของผู้ขับขี่ 40-50% และผู้โดยสารหลัง 25% (อ้างอิง: WHO Seat Belt Manual)
  • ใส่หมวกนิรภัยมาตรฐาน: ลดการเสียชีวิต 42% และการบาดเจ็บสมอง 69% สำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์
  • ไม่ดื่มแล้วขับ: ระดับแอลกอฮอล์ 0.05 g/dL เพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ 2 เท่า, 0.10 g/dL เพิ่ม 10 เท่า
  • ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่: การส่งข้อความเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ 23 เท่า (อ้างอิง: Virginia Tech Transportation Institute)

เปรียบเทียบประสิทธิภาพมาตรการลดอุบัติเหตุ

มาตรการ ลดอุบัติเหตุได้ ผู้รับผิดชอบ
คาดเข็มขัดนิรภัยผู้ขับ+โดยสาร 40-50% ผู้ขับขี่
หมวกนิรภัยมาตรฐาน 42% (เสียชีวิต) ผู้ขับขี่จยย.
ลดความเร็วในเขตชุมชน 50→30 km/h 80% (เสียชีวิต) หน่วยงานท้องถิ่น + อุปกรณ์จราจร
เพิ่มไฟส่องสว่างบนถนน 30% (เวลากลางคืน) กรมทางหลวง
ติดตั้งลูกระนาดจุดเสี่ยง 10-25% ชุมชน + เจ้าของพื้นที่
กระจกมองโค้งทางแยกอันตราย 15-20% เจ้าของพื้นที่

📌 หลักการจาก WHO และ Vision Zero

“การเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ — ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นความล้มเหลวของระบบ” — หลักการ Vision Zero, WHO Decade of Action for Road Safety 2021-2030

📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

เขียนและตรวจสอบโดย ทีมวิศวกรจราจร Dpark Traffic ·