🎯สรุปสั้น
คะแนนใบขับขี่ใหม่ พ.ศ.2566 หักอย่างไร?
เริ่ม 12 คะแนน หักตามความผิด: ฝ่าไฟแดง -1, ขับเร็วเกิน 1-20 km/h -1, ขับเร็วเกิน 20-40 km/h -2, เมาแล้วขับ -4, ใช้โทรศัพท์ -1, เสพยา -4 — คะแนนเหลือ 0 → พักใช้ 90 วัน + ได้กลับมาแค่ 8 คะแนน (ไม่เต็ม 12) ตามระบบใหม่กรมการขนส่งทางบก

ต้องบอกได้เลยว่า ปัจจุบันมีรถยนต์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆบนท้องถนน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาอยู่ทุกๆวัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่สามารถเห็นได้ตามภาพข่าว ที่มีสถิติสูงขึ้นแถบทุกปี แม้จะมีกฎหมายต่างๆ แต่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ยังมีความประมาทเลิ่นเล่อ ฉะนั้นตัวผู้ขับขี่ต้องมีการเคารพกฏจราจร ซึ่งเป็น ความรู้ของผู้ขับขี่ เบื้องต้นในการขับขี่ นอกจากนี้ผู้ขับขี่ควรมีการเตรียมตัวก่อนการขับรถ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น โดยข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ขับขี่สามารถปฏิบัติตามได้

 

ความรู้ของผู้ขับขี่

ความรู้ของผู้ขับขี่

วิธีป้องกันความปลอดภัยของผู้ขับขี่

ตรวจสอบสภาพรถ

หมั่นตรวจสอบ และสังเกตสภาพรถอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟหน้า ไฟท้ายรถ ยางรถ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญมาก เมื่อส่วนหนึ่งชำรุดเสียหาย ส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะเสียหายตามไปด้วย ท่านจึงควรมีเวลาตรวจสอบรถของท่านอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งหรือนำรถไปให้อู่หรือสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะมีช่างผู้ชำนาญและคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้รถของท่านมีความมั่นคงแข็งแรงใช้งานได้อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง

ความรู้ของผู้ขับขี่

ร่างกายและจิตใจต้องพร้อม

หากขับรถเมื่อสภาพร่างกายและจิตใจพร้อม โดยเมาไม่ขับหรือกินยาระงับประสาท หรือง่วงนอน อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้ง่าย ท่านควรจะหยุดจอดในที่ปลอดภัยหรือจอดล้างหน้า หรือหาที่พักได้ที่ป้อมตำรวจทางหลวง แล้วค่อยขับรถต่อ ลดความเร็วลง เปิดกระจกให้อากาศภายในรถถ่ายเทได้สะดวก เพื่อปกกันการหลับใน

การให้สัญญาณที่ถูกต้อง

เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ โดยการเปิดไฟเลี้ยวค้างไว้ทำให้ผู้ที่ตามหลังมาเกิดความไม่เเน่ใจว่าจะไปในทิศทางใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะสร้างความเสียหายถึงชีวิต เเละทรัพย์สิน อย่างเช่น จะเลี้ยวขวาแต่ไปอยู่ที่ทางซ้ายของถนน นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

กำหนดเส้นทางขับ

ก่อนออกรถ ท่านควรจะกำหนดเส้นทาง หรือใช้คู่มือแผนที่เพื่อกำหนดเส้นทางไว้ก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ระยะทางสั้นที่สุดที่จะประหยัดเวลาของท่านให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญก็คือช่วยประหยัดน้ำมันให้ท่านมากที่สุดด้วย

ระวังถนนลื่น

ฝนตก ถนนลื่น ถนนที่เป็นอันตราย ก็คือถนนที่เปียกชื้น ขณะฝนตกหรือหลังจากฝนตกใหม่ๆ เพราะถนนลื่น และทัศนวิสัยไม่ดี ควรขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ ในแต่ละเส้นทางพื้นผิวถนนจะไม่เหมือนกัน เราควรใช้ประสบการณ์ช่วยในการขับด้วยและ รู้จักสังเกตทัศนวิสัยข้างหน้าอยู่สม่ำเสมอ

ตรวจสอบลมยาง

รถแต่ละชนิดใช้ขนาดยางและแรงอัดลมยางไม่เท่ากัน ท่านควรหมั่นตรวจสอบยางทั้งสี่ล้อของท่านอยู่เสมอ ให้ได้แรงอัดจำนวนปอนด์ต่อตารางนิ้วเท่าที่กำหนดไว้ เพราะว่าถ้าปล่อยให้ยางอ่อนเกินไป จะเพิ่มความฝืดให้กับรถทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก
ความรู้ของผู้ขับขี่

ใช้รถร่วมกัน

ควรใช้รถร่วมกันกับมิตรสหาย หรือเพื่อนบ้าน หากท่านมองดูรอบๆ ตัว บนท้องถนนในเวลาปกติ ท่านจะเห็นว่ารถติดแน่นไปหมด และส่วนใหญ่ในรถแต่ละคันนั้นมักจะมีเจ้าของนั่งขับอยู่เพียงคนเดียว หากเราหันหน้าเข้าหามิตรสหายหรือเพื่อนบ้านที่อยู่บนเส้นทางเดียวกันและตกลงที่จะผลัดกันใช้รถร่วมกัน ท่านจะประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล ทั้งเป็นการช่วยลดการจราจรที่ติดขัดได้อย่างมากอีกด้วย

ให้สัญญาณ

บอกให้คนอื่นทราบ เมื่อท่านขับรถบนท้องถนน หรือเดาได้ว่าท่านจะทำอะไรหรือไปทางไหน เช่น ชะลอรถและชิดซ้าย เมื่อจะเข้าซอยซ้ายมือ เมื่อจะเลี้ยวขวาก็ให้สัญญาณเลี้ยวขวา และชะลอรถชิดขอบทางด้านขวา เมื่อท่านจะแซงก็ต้องให้สัญญาณล่วงหน้าอย่างถูกต้อง

การใช้ไฟให้ถูกต้อง

ขณะขับรถในเวลาค่ำคืน จะช่วยลดอุบัติเหตุในกรณีที่มีรถวิ่งสวนทางมาท่านควรจะใช้ไฟสูง-ต่ำสลับกันเตือนเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อช่วยปลุกให้ผู้ที่ขับรถสวนมาตื่นจากภวังค์ และขณะรถสวนกันท่านจะต้องใช้ไฟต่ำพร้อมกับลดความเร็่วลง การใช้ไฟสูงขณะขับรถสวนกันเป็นอันตรายมาก เพราะทำให้ผู้ขับรถสวนทางมาตาพร่ามัวก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

รักษากฎจราจร

ต้องรักษากฎจราจรโดยเคร่งครัด เพราะโดยมากอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดมักจะมีสาเหตุมาจากการไม่เคารพกฎจราจร เช่น การแซงรถในที่คับขัน การไม่รักษาเส้นทาง ไม่ทำตามสัญญาณ ไฟจราจร การไม่ให้สัญญาณที่ถูกต้องเมื่อจะเปลี่ยนเส้นทาง ขาดมารยาทการขับรถที่ดีและไม่มีน้ำใจในการขับรถ แม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องใส่ใจและมีน้ำใจ เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินบนท้องถนนไว้ให้ปลอดภัย

 

 

 

📊 ความรู้พื้นฐานที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องมี

การสอบใบขับขี่ในไทยไม่ครอบคลุมทุกความรู้ที่จำเป็น — ผู้ขับขี่ควรรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้:

  • ใบขับขี่ในไทยมี 7 ประเภทหลัก: รถยนต์ส่วนบุคคล, รถจักรยานยนต์, รถสาธารณะ, รถบรรทุก, รถพ่วง, รถลากจูง, รถสามล้อ (อ้างอิง: กรมการขนส่งทางบก)
  • การต่อใบขับขี่: ตลอดชีพ (สมัยก่อน) ↔ 5 ปี (ปัจจุบัน) — ต้องอบรม 2 ชม. + ตรวจสุขภาพ
  • คะแนนใบขับขี่: เริ่มต้น 12 คะแนน หักตามความผิด เช่น ฝ่าไฟแดง -1, เมาแล้วขับ -4, ขับเร็วเกิน -1-2 (มีผลตั้งแต่ 2566)
  • ระยะเบรกตามความเร็ว: 60 km/h = 30 ม. (รวมเวลาตอบสนอง), 80 km/h = 53 ม., 100 km/h = 80 ม.
  • ความเร็วจำกัดในไทย: ในเมือง 80 km/h, ทางหลวง 90 km/h, มอเตอร์เวย์ 120 km/h (ฉบับใหม่ 2565)

คะแนนใบขับขี่ — ความผิดและการหัก

ความผิด คะแนนหัก บทลงโทษเพิ่ม
ฝ่าฝืนป้ายหยุด / สัญญาณไฟแดง 1 ปรับ 500-1,000 บ.
ขับเร็วเกินกำหนด 1-20 km/h 1 ปรับ 500-2,000 บ.
ขับเร็วเกิน 20-40 km/h 2 ปรับ 1,000-4,000 บ.
เมาแล้วขับ 4 ปรับ + จำคุก + พักใบ
ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ 1 ปรับ 400-1,000 บ.
ขับขี่ขณะเสพยาเสพติด 4 เพิกถอนทันที

📌 ข้อมูลที่ผู้ขับขี่มักไม่รู้

“ใบขับขี่ที่คะแนนเหลือ 0 ถูกพักใช้ 90 วัน — และเมื่อพักเสร็จจะได้รับคะแนนกลับมาเพียง 8 คะแนน (ไม่ใช่ 12 เต็ม) เป็นการบังคับให้ขับขี่ระมัดระวังตลอดไป” — ระบบคะแนนใบขับขี่ พ.ศ.2566, กรมการขนส่งทางบก

📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง