การขับรถแซง และการขับผ่านทางจราจร รวมถึงวงเวียนที่ถูกต้อง

การขับรถแซง ของผู้ใช้รถ ใช้ถนนในปัจจุบัน มีการใช้วิธีการแซงอย่างผิดวิธีอย่างมากมายมหาศาล จนทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ตามมาอย่างมากมายด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยแท้ที่จริงแล้ว ถ้าเราปฏิบัตอย่างถูกต้องการหลักเกณฑ์ และ กติกา มารยาทบนทองถนน ตามที่กฏหมายกำหนดไว้ ปัญหา และ อุบัติเหตุก็จะไม่ตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้ จะมาขออธิบายวิธีการขับรถแซงรถต่าง ๆ อย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้ทางจราจรรวมถึงการใช้ทางแยก หรือ วงเวียนต่าง ๆ อย่างถูกวิธี และ ควรนำเอาไปใช้นำเอาไปปฏิบัติ เพื่อให้ติดเป็นนิสัยจะได้ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ตามมาภายหลัง

การขับรถแซง

 

การขับรถแซง หรือผ่านขึ้นหน้าบนทางจราจร

  1.  ผู้ขับขี่จะแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ต้องให้เสียงสัญญาณก่อนเสมอ สัญญาณไฟกระพริบทางขวา เพื่อให้รถคันหลังรู้ว่าจะแซง มองด้านหน้ารถและกระจกหลังเสมอว่ามีรถกำลังแซงหรือสวนทางมาไหม เมื่อผู้ขับขี่รถคันหน้าให้สัญญาณตอบ แล้วจึงแซงขึ้นหน้าได้ ส่วนในเวลากลางคืนให้สัญญาณไฟสูงต่ำสลับกัน
  2.  เมื่อได้รับสัญญาณขอแซงหน้าขึ้นจากรถคันที่อยู่ข้างหลังผู้ขับขี่
    ถ้าผู้ขับขี่ขับรถช้า หรือมีความเร็วต่ำกว่ารถอื่นๆที่ขับไปในทิศทางเดียวกัน ต้องยอมให้รถที่มีความเร็วสูงกว่าผ่านขึ้นหน้าไป
  3. ผู้ขับขี่ขอทางต้องให้สัญญาณตอบ
    เมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าปลอดภัยและไม่มีรถคันอื่นสวนทางมาในระยะกระชั้นชิด ต้องลดความเร็วของรถลงและขับชิดซ้ายเพื่อให้รถที่จะแซงขึ้นหน้าสามารถแซงได้อย่างปลอดภัย
  4. ห้ามให้ผู้ขับแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นเข้าด้านซ้าย เว้นแต่ในกรณีดังนี้
    • การขับรถแซงด้านซ้ายนั้นจะทำได้เมื่อไม่มีรถอื่นตามมาในระยะกระชั้นชิด และ มีความปลอดภัยเพียงพอ
    • รถที่จะถูกแซงนั้นกำลังเลี้ยวขวาหรือให้สัญญาณว่าจะเลี้ยวขวา
  5. ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ในกรณีดังนี้
    •  เมื่อรถกำลังเข้าที่คับขัน ขึ้นสะพาน ขึ้นทางชัน หรืออยู่ในทางโค้ง
    • เมื่อฝนตก มีหมอกควัน หรือฝุ่น ที่ทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้าได้
    • ก่อนถึงทางข้าม ทางแยก ทางร่วม วงเวียน หรือ ทางเดินรถไฟ ในระยะ 30 เมตร
    • ห้ามแซงเข้าไปในช่องเดินรถประจำทาง

การขับรถแซง

การขับรถแซงรถยนต์อื่น ๆ ผ่านทางจราจร ร่วมทางแยก หรือ วงเวียน

  1. เมื่อผู้ขับขี่รถมาถึงทางร่วมทางแยก ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยกนั้นผู้ขับขี่ต้องให้รถทางร่วมทางแยกผ่านไปก่อน แต่ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน และไม่รออยู่ในทางร่วมทางแยกนั้นผู้ขับขี่ต้องให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน เว้นแต่ในทางร่วมทางแยกที่มีทางเดินรถทางเอกตัดผ่าน ทางเดินรถทางโท ให้ผู้ขับขี่รถที่ขับในทางเอกนั้นมีสิทธิขับรถผ่านไปก่อน ( ทางเดินรถทางเอก คือ ทางเดินรถที่เจ้าพนักงานจราจรได้ประกาศ และ ติดตั้งเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นทางเดินรถทางออกหรือป้าย ” หยุด ” อยู่ที่ริมทางร่วมทางแยกนั้นให้ถือว่าเป็นทางเดินรถทางโท ส่วนทางดินรถอื่นๆนอกจากทางเดินรถทางเอกให้ถือว่าเป็นทางเดินรถทางโท )
  2.  ผู้ขับขี่ที่ขับรถออกจากทางบุคคล หรือทางเดินรถในบริเวณอาคารนั้น เมื่อจะขับรถผ่านหรือเลี้ยวเข้าทางเดินรถที่ตัดผ่านต้องหยุดรถก่อนเพื่อให้รถที่กำลังแล่นอยู่ในทางเดินรถผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจึงขับต่อไปได้
  3.  ในกรณีที่วงเวียนได้ติดตั้งสัญญาณจราจร ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรนั้นเคร่งครัด แต่ถ้าไม่มีสัญญาณจราจร หรือ เครื่องหมายจราจรนั้น เมื่อผู้ขับขี่รถมาถึงวงเวียนต้องให้สิทธิแก่ผู้ขับขี่ที่ขับรถอยู่ในวงเวียนทางด้านขวาของคนขับผ่านไปก่อน